ร่วมคิด เริ่มทำ สร้างนวัตกรรมบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ร่วมคิด

ในช่วงครึ่งศตวรรษของการทำงานในแวดวงมหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสมีส่วนร่วมคิดและร่วมทำการปฏิรูปการอุดมศึกษาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง คือ การพัฒนาระบบการศึกษาทางไกลระดับอุดมศึกษา โดยการจัดตั้งและเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่ใช้ระบบการศึกษาทางไกล (Open and Distance Education University) แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  การพัฒนาระบบบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยการจัดตั้งและทำหน้าที่อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นองค์การมหาชนอิสระ หรือมหาวิทยาลัยอิสระ (Public Autonomous University) แห่งแรกและแห่งที่สองของประเทศไทย และการนำสหกิจศึกษา (Cooperative Education) มาใช้เสริมการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการขององค์กรผู้ใช้บัณฑิตในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

ในส่วนของการพัฒนาระบบบริหารมหาวิทยาลัยในรูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้น ผมได้มีส่วนร่วมในช่วงที่สภาการศึกษาแห่งชาติได้จัดสัมมนาคณาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัยในครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2510) และครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2513) ที่สวางคนิวาส ความคิดและข้อเสนอแนะเริ่มตกผลึก ผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นำของมหาวิทยาลัยทั้งด้านบริหารและด้านวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารมหาวิทยาลัยให้มีความเป็นอิสระ คล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และสามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการเบ็ดเสร็จสิ้นสุดในระดับสภามหาวิทยาลัยของแต่ละแห่ง ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ที่จบดุษฎีบัณฑิตด้านบริหารการศึกษาและเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเตรียมเป็นผุ้บริหารมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามาหมาดๆ รู้สึกตื่นเต้นประทับใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยไทยไปสู่รูปแบบดังกล่าวในโอกาสแรกที่จะทำได้ การร่วมคิดจึงกลายเป็นการสร้างอุดมการณ์ให้กับตนเองไปในที่สุด

ผมได้มีโอกาสร่วมคิดและร่วมขยายผลความคิดเรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอีก 2 ครั้ง กล่าวคือ ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2517 รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการวางพื้นฐานเพื่อปฏิรูปการศึกษาขึ้น ผมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการด้วยผู้หนึ่ง  นอกจากการเป็นกรรมการพัฒนาปฏิรูปการศึกษาในระดับและประเภทอื่นๆ แล้ว  ผมยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการอุดมศึกษา จึงได้มีโอกาสเสนอแผนการจัดเตรียมความพร้อมของสถาบันอุดมศึกษาในขณะนั้น เพื่อให้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ  รวมทั้งเสนอให้ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนดเป็นนโยบายที่จะสนับสนุนมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม และมีความประสงค์จะปรับเปลี่ยนให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามความสมัครใจ  การวางพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ แม้รัฐบาลจะให้ความเห็นชอบข้อเสนอต่างๆ ในหลักการ แต่การจัดตั้งหรือปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐก็ยังไม่เกิดขึ้น

ครั้งที่สอง ในช่วงที่ผมเพิ่งดำรงตำแหน่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2530) ผมได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็นประธานจัดทำแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี จึงได้ระดมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและทบวงมหาวิทยาลัยมาเป็นกรรมการ และร่วมกันจัดทำแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี เป็นแผนระยะยาวแผนแรกของการอุดมศึกษาไทยที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ครอบคลุมปี พ.ศ. 2533 – 2547 แผนระยะยาวฉบับนี้ เน้นนโยบายการอุดมศึกษา 4 ประเด็น คือ (1) การกระจายโอกาสและความเสมอภาค (Equity) (2) ประสิทธิภาพ (Efficiency) (3) คุณภาพและความเป็นเลิศ (Excellence) และ (4) ความเป็นสากล (Internationalization)

การจะดำเนินการให้บรรลุนโยบายหลักดังกล่าว จำเป็นต้องพัฒนาระบบริหารมหาวิทยาลัยให้มีความเป็นอิสระ คล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการในลักษณะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ แผนระยะยาวจึงได้เสนอแนะต่อรัฐบาล ความว่า “รัฐพึงให้การสนับสนุนการปฏิรูปความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญากับรัฐ โดยพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้วให้มีความเป็นอิสระ คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยปรับเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นส่วนราชการ ส่วนสถาบันของรัฐที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ให้มีฐานะและรูปแบบเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตั้งแต่แรกตั้ง”

ข้อเสนอนี้เป็นนโยบายปักธงที่ชี้ทางให้เกิดมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในระยะต่อมา

 

เริ่มทำ

ผมได้มีโอกาสนำนโยบายอุดมศึกษาระยะยาวที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบในหลักการไปสู่การปฏิบัติ ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัย  รัฐบาลได้แต่งตั้งผมให้เป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครราชสีมา และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  เนื่องจากทั้งสองแห่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่ จึงได้เสนอให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนอุดมศึกษาระยะยาว  โดยได้จัดทำโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งในรูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ  มหาวิทยาลัยแรกจัดตั้งที่จังหวัดนครราชสีมา ชื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ร.บ.จัดตั้งมีผลใช้บังคับในปี พ.ศ. 2533 ถือเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย มหาวิทยาลัยแห่งที่สอง จัดตั้งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช   พ.ร.บ. จัดตั้งมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2535 ถือเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งที่สอง  ทั้งสองแห่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งแต่แรก   ผมได้เริ่มทำเรื่องนี้อย่างจริงจังร่วมกับคณะผู้ร่วมงานในระยะจัดทำโครงการและร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง รวมทั้งเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ของรัฐสภาด้วย  เมื่อจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว ผมได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่อธิการบดีคนแรกของทั้งสองแห่ง จึงได้จัดวางระบบและการดำเนินงานตามหลักการของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งแต่ต้น จนได้รูปแบบที่จะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป

การนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้รับการดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  ในส่วนที่ผมมีโอกาสสนับสนุนการปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในยุคปฏิรูปการปกครอง ได้ทำหน้าที่ทั้งผู้เสนอพระราชบัญญัติในนามของรัฐบาล และเป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้ง 7 ฉบับ  จนกระทั่งได้มีการผ่านและประกาศใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษา ถือได้ว่าเป็นยุคที่มีการตรากฎหมายปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมากที่สุด  นับตั้งแต่มีการประกาศนโยบายดังกล่าว จนถึงขณะนี้ประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐรวม 16 แห่ง และอยู่ระหว่างการเสนอต่อรัฐบาลขอปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอีกหลายแห่ง

 

สร้างนวัตกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย

การพัฒนาระบบบริหารมหาวิทยาลัยในรูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ถือเป็นนวัตกรรมอุดมศึกษา เนื่องจากเดิมสถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้รับการจัดตั้งให้เป็น “ส่วนราชการ” ใช้กฎระเบียบการดำเนินงานของทางราชการเป็นหลัก ซึ่งกฎเกณฑ์และระเบียบของทางราชการหลายอย่างไม่เหมาะกับมหาวิทยาลัย การแสวงหาและพัฒนารูปแบบ ระบบและวิธีการใหม่นี้จะทำให้ มหาวิทยาลัยสามารถกระทำภารกิจได้ดีขึ้น มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ตอบสนองความต้องการของประเทศและให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติให้สามารถแข่งขันได้  จึงเป็นเรื่องใหม่หรือนวัตกรรมที่ท้าทายความสามารถในการพัฒนาระบบบริหารมหาวิทยาลัยไทยเป็นอย่างมาก

 

29 พฤศจิกายน 2555

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>